บทความจาก PWC

การทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่ง มีปัจจัยที่สำคัญต้องทำความเข้าใจ คือ ความเชื่อมโยงของระบบธุรกิจขนส่ง (Supply Chain) และรถยนต์บรรทุก (Truck) ที่มีการเปลี่ยนแปลงและช่วยเพิ่มประประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของผู้เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง มีองค์ประกอบที่พอสรุปได้ด้วยกัน 6 ประการ ดังนี้  

  1. Vehicle-to-Infrastructure (V2I) Communication

เป็นการเชื่อมโยงรถยนต์บรรทุกกับเทคโนโลยีพื้นฐานต่างๆ ที่เป็นไปได้ เช่น ระบบ GPS ระบบตรวจจับตำแหน่งรถยนต์บรรทุกและตำแหน่งถนนแบบอัตโนมัติ สามารถช่วยในการตรวจสอบความคับคั่งของการจราจร สร้างให้เกิดความปลอดภัยในการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สูงขึ้นของรถยนต์บรรทุกและผู้ขับขี่       

การนำเทคโนโลยีพื้นฐานมาใช้ จะช่วยผู้ขับขี่รับรู้ข้อมูลต่างๆ แบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ทั้งความคับครั่งของการจราจร อุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากนี้ เทคโนโลยีพื้นฐาน ยังสามารถให้คำแนะนำสถานที่จอดรถที่ใกล้สุด เมื่อผู้ขับขี่รู้สึกเมื่อยหล้าต้องการจอดพักผ่อน รวมถึงกฎจราจร และสภาพการจราจร ลดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนและสร้างความปลอดภัย

  1. Vehicle-to-Vehicle (V2V) Communication.

ความเชื่อมโยงด้วยระบบติดต่อสื่อสารระหว่างรถยนต์บรรทุกด้วยกันขณะออกให้บริการ ช่วยลดความเสี่ยงและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยในการแบ่งปันข้อมูลการจราจร ตำแหน่งเส้นทางการเดินรถ ความสามารถในการใช้ความเร็ว การติดตั้งระบบควบคุมการขับขี่ (Cruise Control System) ระบบการหลบหลีกการชน (Collision Avoidance Systems) และระบบเรดาร์ (Radar System) นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงและอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยในเรื่องความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์บรรทุก ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้บ้างแล้ว         

  1. Remote Diagnostics

เทคโนโลยีควบคุมรถยนต์บรรทุกทางไกลด้วยอุปกรณ์ทางเทคนิค ช่วยให้การดูแล บำรุงรักษารถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้งานรถบรรทุกโดยไม่จำเป็น ลดเวลาการให้บริการและลดต้นทุนการดูแล บำรุงรักษา รถยนต์บรรทุก ช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพรถยนต์บรรทุก ลักษณะการใช้รถยนต์บรรทุก สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ ให้โรงงานผลิต สามารถสร้างการควบคุมทางไกลผ่านเครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์ 

ข้อมูลเทคนิคของรถยนต์บรรทุก สร้างการควบคุมของตัวมันเอง ให้ข้อมูลการบำรุงรักษาที่เป็นปัจจุบัน แนะนำศูนย์ซ่อมแซมที่ใกล้ที่สุดเพื่อแก้ปัญหาทันทีที่รถยนต์บรรทุกไปถึงศูนย์ซ่อม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ศูนย์ซ่อม ใช้ประโยชน์และรายได้จากการใช้อะไหล่ชิ้นส่วน สร้างความพอใจผู้ใช้บริการ นำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันของศูนย์บริการซ่อมรถยนต์บรรทุกและเจ้าของผู้ประกอบการรถยนต์บรรทุก    

  1. Autonomous driving

เทคโนโลยีรถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวเอง เป็นเทคโนโลยีที่มีการทำงานผสมผสานกันระหว่างเรดาร์หรือเลเซอร์ตรวจจับ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว กล้อง เซ็นเซอร์ รวมถึงแผนที่ 3 มิติ ซึ่งอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีทั้งหมดเหล่านี้ จะเปลี่ยนระบบการขนส่งไปสู่ยุคแห่งการที่รถยนต์บรรทุกสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวมันเองหรือไร้คนขับ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมการขนส่ง ซึ่งการทดสอบบนถนนสายแรกได้มีการเริ่มต้นไปแล้ว

การพัฒนารถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวเองจะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า และอาจทำให้อาชีพพนักงานขับรถยนต์บรรทุกไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีความพร้อมในทุกเส้นทาง และยังมีความจำเป็นต้องใช้พนักงานขับรถบรรทุกอยู่ต่อไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาออกไปอีกมากกว่า 5 ปี กว่าที่รถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวมัน จะได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์

  1. The Integrated Supply Chain

มีความเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานจากนี้ จะมีความเชื่อมโยงกันของข้อมูลด้านโลจิสติกแบบเรียลไทม์ ตลอดทั่วผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ทั้งจากโรงงานผลิตสู่คลังเก็บสินค้า จากคลังเก็บสินค้าสู่ผู้จัดจำหน่าย และจากผู้จัดจำหน่ายไปจนสิ้นสุดยังลูกค้าผู้ต้องการใช้สินค้า เมื่อใดที่ลูกค้าส่งคำสั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานผู้ผลิต โรงงานผู้ผลิตจะสามารถส่งข้อมูลการส่งสิ้นค้าให้แก่ผู้ลูกค้าได้ทันที หากมีปัญหาด้านการจราจรหรืออุบัติเหตุ ที่จะทำให้การส่งสินค้าคลาดเคลื่อนไป ระบบสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนการขนส่งใหม่และเวลาให้แก่ลูกค้าใหม่ในทันที

  1. Automated Freight Matching

ความสามารถในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันของระบบการบริหารจัดการที่รวดเร็วกับผู้จัดส่งสินค้า ด้วยระบบการจัดเก็บข้อมูล Cloud และการจับคู่ของระบบขนส่งแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ทราบว่ารถยนต์บรรทุกสามารถบรรทุกสินค้าได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใดผ่านตัวเซ็นเซอร์ สามารถรู้ว่าพื้นที่ของรถยนต์บรรทุกสามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอหรือไม่ พร้อมให้บริการขนส่งได้ตามกำหนดการของรถยนต์บรรทุก สามารถประมาณการการส่งสินค้าจะมาถึงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงให้ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถสื่อสารกันบนระบบฐานข้อมูลดิจิทัล สามารถจับคู่ของระบบการขนส่ง จาก Platform สู่ Platform อย่างลงตัว

ความเชื่อมโยงของระบบขนส่งด้วยรถยนต์บรรทุกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของระบบการขนส่งสินค้าของโลกอย่างสิ้นเชิง ความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีทั้งระบบของโลจีสติก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจโลจีสติก ทั้ง การเชื่อมโยงของระบบ Supply Chain และการจับคู่ของระบบการขนส่งสินค้า


1 Comment

360TRUCK Startup ยุคใหม่ ที่จะเปลี่ยนแปลงวงการ Logistic ด้วยเทคโนโลยี - บริการรถขนส่งเที่ยวเปล่าราคาดี ช่ว · January 13, 2020 at 2:45 pm

[…] industry) ให้สามารถขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ100% […]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *