จุดเปลี่ยนสู่ยุคใหม่ Operational Efficiency

Operational Efficiency

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายชัชชน แสนใจบาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีซิกซ์ตี้ ซัพพลายเชน จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชนในงาน Supply Chain 3.0 โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรให้มีความเติบโตและประสิทธิภาพมากขึ้น

การนำเทคโนโลยีมาสู่การเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ผ่านมา

นายชัชชนกล่าวว่า “ทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจหรือองค์กรชั้นนำของประเทศไทยได้เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการตลาด จนหลายองค์กรทำยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่ทุกบริษัทได้เข้ามาแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม”

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ ทำให้องค์กรสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบการตลาดดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย หรือการใช้ระบบการจัดการข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ในธุรกิจ

จุดเปลี่ยนสู่ยุคใหม่: Operational Efficiency

นายชัชชนกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในทศวรรษนี้ หลายบริษัทถึงจุดที่พัฒนาขั้นสูงสุดของ Digital Transformation แล้ว ดังนั้น ระหว่างปี 2020 – 2030 หลายองค์กรจะไม่เน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Operational Efficiency) เพื่อการลดต้นทุนในการดำเนินการ”

ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตวัสดุก่อสร้างต้องมีระบบคลังสินค้าที่ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีในการจัดการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนทรัพยากร และรับประกันว่าสินค้าถึงมือลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ได้อย่างตรงต่อเวลา

เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนา Operational Efficiency

การบรรลุเป้าหมายของ Operational Efficiency จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเงินทุนมากมาย รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ WMS (Warehouse Management System) สำหรับการจัดการคลังสินค้า, ระบบ TMS (Transportation Management System) สำหรับการจัดการขนส่ง, และระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ช่วยในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร “ระบบเหล่านี้ช่วยให้กระบวนการทำงานตั้งแต่การรับวัตถุดิบเข้าคลัง การคาดการณ์การผลิต ไปจนถึงการขนส่งสินค้าไปยัง Modern Trade หรือถึงมือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายชัชชนกล่าว

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 นายชัชชน แสนใจบาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรีซิกซ์ตี้ ซัพพลายเชน จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของซัพพลายเชนในงาน Supply Chain 3.0 โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กรให้มีความเติบโตและประสิทธิภาพมากขึ้น

การนำเทคโนโลยีมาสู่การเปลี่ยนแปลงในทศวรรษที่ผ่านมา

นายชัชชนกล่าวว่า “ทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจหรือองค์กรชั้นนำของประเทศไทยได้เริ่มนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านช่องทางการจัดจำหน่ายและการส่งเสริมการตลาด จนหลายองค์กรทำยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นยุคที่ทุกบริษัทได้เข้ามาแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม”

การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ ทำให้องค์กรสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบการตลาดดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย หรือการใช้ระบบการจัดการข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ในธุรกิจ

จุดเปลี่ยนสู่ยุคใหม่: Operational Efficiency

นายชัชชนกล่าวเพิ่มเติมว่า “ในทศวรรษนี้ หลายบริษัทถึงจุดที่พัฒนาขั้นสูงสุดของ Digital Transformation แล้ว ดังนั้น ระหว่างปี 2020 – 2030 หลายองค์กรจะไม่เน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อีกต่อไป แต่จะมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Operational Efficiency) เพื่อการลดต้นทุนในการดำเนินการ”

ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตวัสดุก่อสร้างต้องมีระบบคลังสินค้าที่ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีในการจัดการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนทรัพยากร และรับประกันว่าสินค้าถึงมือลูกค้าหรือซัพพลายเออร์ได้อย่างตรงต่อเวลา

เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการพัฒนา Operational Efficiency

การบรรลุเป้าหมายของ Operational Efficiency จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเงินทุนมากมาย รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบ WMS (Warehouse Management System) สำหรับการจัดการคลังสินค้า, ระบบ TMS (Transportation Management System) สำหรับการจัดการขนส่ง, และระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ที่ช่วยในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร “ระบบเหล่านี้ช่วยให้กระบวนการทำงานตั้งแต่การรับวัตถุดิบเข้าคลัง การคาดการณ์การผลิต ไปจนถึงการขนส่งสินค้าไปยัง Modern Trade หรือถึงมือลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” นายชัชชนกล่าว

สรุป

จากการสัมภาษณ์ครั้งนี้เห็นได้ว่าเทคโนโลยีและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเป็นปัจจัยสำคัญที่องค์กรในประเทศไทยจะต้องคำนึงถึงในอนาคต การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาการดำเนินงาน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร แต่ยังช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

ต้องการคำปรึกษาในการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจของคุณ?