ADAS เทคโนโลยีช่วยขับ

อนาคตใหม่ของการขนส่งระยะไกล และเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง

การขนส่งระยะไกลถือเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจในหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนที่มีเครือข่ายทางด่วนยาวที่สุดในโลก และเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทั้งอุตสาหกรรมการผลิตและอีคอมเมิร์ซ ในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว การจัดส่งพัสดุภายในประเทศจีนพุ่งสูงกว่า 175,000 ล้านชิ้น ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทาย เช่น ปัญหาขาดแคลนคนขับรถบรรทุก แม้งานนี้จะมีรายได้สูงเมื่อเทียบกับอาชีพแรงงานทั่วไป แต่คนรุ่นใหม่กลับเลือกงานส่งอาหารที่เหนื่อยน้อยกว่า แม้รายได้จะต่ำกว่าก็ตาม เหตุผลหลักคือการขับรถบรรทุกเป็นงานที่ เหนื่อย เหงา และเสี่ยงอันตราย

เพื่อแก้ปัญหานี้ เทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) หรือระบบช่วยขับขั้นสูง จึงกลายมาเป็นหนึ่งในคำตอบที่เปลี่ยนอนาคตของการขนส่งระยะไกล

ADAS

อุตสาหกรรมขนส่งจีนกับความท้าทายใหม่

เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็วจากทั้งการส่งออกและอีคอมเมิร์ซภายในประเทศ เครือข่ายถนนที่กว้างใหญ่ช่วยให้การกระจายสินค้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะคนขับรถบรรทุกมืออาชีพ กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ

แม้งานขับรถบรรทุกจะมีรายได้สูงกว่างานแรงงานทั่วไป แต่คนรุ่นใหม่กลับไม่เลือกเส้นทางนี้ เพราะมองว่าเป็นงานที่ต้องใช้เวลานานบนถนน อยู่ไกลบ้าน และมีความเสี่ยงสูง ทั้งอุบัติเหตุ ความเหนื่อยล้า และปัญหาสุขภาพ

เทคโนโลยี ADAS คืออะไร?

ADAS คือระบบที่ช่วยผู้ขับให้ปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น โดยใช้การทำงานร่วมกันของ กล้องหลายตัว, เรดาร์, และ LiDAR เพื่อตรวจจับสภาพถนนและรถรอบข้าง

ฟีเจอร์หลักของ ADAS ได้แก่

  • ควบคุมความเร็วและการเบรกอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงจากการขับใกล้เกินไปหรือเบรกกะทันหัน

  • ช่วยเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย โดยตรวจสอบระยะห่างก่อนอนุญาตให้เปลี่ยนเลน

  • รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ทำให้ขับขี่ปลอดภัยขึ้นแม้ในสภาพจราจรติดขัด

  • ตรวจจับอาการง่วงนอนของผู้ขับ เช่น กล้องจับการกะพริบตา เซ็นเซอร์ที่เบาะและเข็มขัดนิรภัย ซึ่งสามารถสั่นเตือนเพื่อปลุกผู้ขับ

ระบบนี้ไม่ได้แทนที่คนขับ แต่เข้ามาช่วยลดภาระ เพิ่มความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในจีน

หนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีนี้คือ Inceptio Technology ซึ่งติดตั้ง ADAS ในรถบรรทุกกว่า 3,000 คันทั่วประเทศ และมีการใช้งานจริงแล้วกว่า 215 ล้านกิโลเมตร โดยไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

ด้านบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง YTO Express ได้ทดลองใช้รถบรรทุกที่ติดตั้ง ADAS แล้วกว่า 378 คัน และเตรียมขยายเพิ่มอีก 400 คันในปีนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนคือ:

  • ต้นทุนแรงงานลดลงประมาณ 1/3 เนื่องจากสามารถใช้คนขับน้อยลง

  • ประหยัดน้ำมันได้เฉลี่ย 1 ลิตรต่อการวิ่ง 100 กิโลเมตร

  • ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การขับเร็วเกินไปหรือเปลี่ยนเลนโดยไม่ระวัง ทำให้สินค้าที่ขนส่งมีความปลอดภัยมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น Fu Tingfeng คนขับรถบรรทุกวัย 46 ปี ที่เคยคิดจะเลิกอาชีพนี้ แต่เมื่อได้ใช้รถที่ติดตั้ง ADAS เขาพบว่าสามารถขับต่อเนื่องเกิน 10 ชั่วโมงได้โดยไม่เหนื่อยล้า และตัดสินใจขับรถต่อไปอีกหลายปี

เทคโนโลยีนี้สอนอะไรกับธุรกิจขนส่งไทย?

แม้ไทยจะยังไม่ได้นำ ADAS มาใช้ในวงกว้าง แต่สิ่งที่จีนทำให้เห็นแล้วคือ เทคโนโลยีคือคำตอบของการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจขนส่งไทย เทคโนโลยีนี้สามารถช่วยได้ในหลายด้าน เช่น:

  • ลดต้นทุนเชื้อเพลิงและแรงงาน ทำให้ธุรกิจขนส่งมีกำไรเพิ่มขึ้น

  • ยกระดับความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุและความเสียหายของสินค้า

  • สร้างภาพลักษณ์ทันสมัย ช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

  • รองรับการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซไทย ที่กำลังโตขึ้นทุกปี

360TRUCK กับการพัฒนาโลจิสติกส์ไทย

ในประเทศไทย 360TRUCK กำลังทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยธุรกิจจัดหารถบรรทุกได้สะดวก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีอย่าง ADAS จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพให้กับวงการขนส่งไทย ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรและคนขับมืออาชีพ 360TRUCK พร้อมพัฒนาโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้ง ผู้ประกอบการ SME ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อให้ธุรกิจไทยแข่งขันได้ในระดับสากล

สรุป

จีนแสดงให้เห็นแล้วว่า ADAS ไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบันของการขนส่งระยะไกล เทคโนโลยีนี้ช่วยแก้ปัญหาคนขับขาดแคลน ลดต้นทุน และเพิ่มความปลอดภัยได้จริง สำหรับประเทศไทย การเตรียมความพร้อมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญให้ธุรกิจขนส่งเติบโตได้อย่างมั่นคง และ 360TRUCK คือแพลตฟอร์มที่พร้อมจะพาธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าในโลกแห่งการขนส่งยุคดิจิทัล

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : https://www.bloomberg.com/asia 
รับชมคลิปวิดีโอระบบ ADAS : https://www.youtube.com/watch?v=lkTBP8LM9T8