360TRUCK

6 เทคโนโลยี ขนส่งรถบรรทุก ที่จะมาเปลี่ยนโฉมระบบขนส่ง
เทคโนโลยีการขนส่ง

การทำความเข้าใจ เทคโนโลยี ที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่ง มีปัจจัยที่สำคัญต้องทำความเข้าใจ คือ ความเชื่อมโยงของระบบธุรกิจขนส่ง (Supply Chain) และรถยนต์บรรทุก (Truck) ที่มีการเปลี่ยนแปลงและช่วยเพิ่มประประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าของผู้เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง มีองค์ประกอบที่พอสรุปได้ด้วยกัน 6 ประการ ดังนี้

1. Vehicle-to-Infrastructure (V2I) Communication

เป็น การเชื่อมโยงรถยนต์บรรทุกกับเทคโนโลยีพื้นฐานต่างๆ ที่เป็นไปได้ เช่น ระบบ GPS ระบบตรวจจับตำแหน่งรถยนต์บรรทุกและตำแหน่งถนนแบบอัตโนมัติ สามารถช่วยในการตรวจสอบความคับคั่งของการจราจร สร้างให้เกิดความปลอดภัยในการขนส่ง เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการที่สูงขึ้นของรถยนต์บรรทุกและผู้ขับขี่

การนำ เทคโนโลยี พื้นฐานมาใช้ จะช่วยผู้ขับขี่รับรู้ข้อมูลต่างๆ แบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ทั้งความคับครั่งของการจราจร อุบัติเหตุบนท้องถนน นอกจากนี้ เทคโนโลยีพื้นฐาน ยังสามารถให้คำแนะนำสถานที่จอดรถที่ใกล้สุด เมื่อผู้ขับขี่รู้สึกเมื่อยหล้าต้องการจอดพักผ่อน รวมถึงกฎจราจร และสภาพการจราจร ลดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนและสร้างความปลอดภัย

2. Vehicle-to-Vehicle (V2V) Communication.

ความเชื่อมโยงด้วยระบบติดต่อสื่อสารระหว่างรถยนต์บรรทุกด้วยกันขณะออกให้บริการ ช่วยลดความเสี่ยงและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยในการแบ่งปันข้อมูลการจราจร ตำแหน่งเส้นทางการเดินรถ ความสามารถในการใช้ความเร็ว การติดตั้งระบบควบคุมการขับขี่ (Cruise Control System) ระบบการหลบหลีกการชน (Collision Avoidance Systems) และระบบเรดาร์ (Radar System) นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงและอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยในเรื่องความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์บรรทุก ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้บ้างแล้ว

3. Remote Diagnostics

เทคโนโลยีควบคุมรถยนต์บรรทุกทางไกลด้วยอุปกรณ์ทางเทคนิค ช่วยให้การดูแล บำรุงรักษารถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้งานรถบรรทุกโดยไม่จำเป็น ลดเวลาการให้บริการและลดต้นทุนการดูแล บำรุงรักษา รถยนต์บรรทุก ช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพรถยนต์บรรทุก ลักษณะการใช้รถยนต์บรรทุก สามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ ให้โรงงานผลิต สามารถสร้างการควบคุมทางไกลผ่านเครื่องมืออีเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลเทคนิคของรถยนต์บรรทุก สร้างการควบคุมของตัวมันเอง ให้ข้อมูลการบำรุงรักษาที่เป็นปัจจุบัน แนะนำศูนย์ซ่อมแซมที่ใกล้ที่สุดเพื่อแก้ปัญหาทันทีที่รถยนต์บรรทุกไปถึงศูนย์ซ่อม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ศูนย์ซ่อม ใช้ประโยชน์และรายได้จากการใช้อะไหล่ชิ้นส่วน สร้างความพอใจผู้ใช้บริการ นำไปสู่การสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกันของศูนย์บริการซ่อมรถยนต์บรรทุกและเจ้าของผู้ประกอบการรถยนต์บรรทุก

4. Autonomous driving

เทคโนโลยีรถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวเอง เป็นเทคโนโลยีที่มีการทำงานผสมผสานกันระหว่างเรดาร์หรือเลเซอร์ตรวจจับ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว กล้อง เซ็นเซอร์ รวมถึงแผนที่ 3 มิติ ซึ่งอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีทั้งหมดเหล่านี้ จะเปลี่ยนระบบการขนส่งไปสู่ยุคแห่งการที่รถยนต์บรรทุกสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวมันเองหรือไร้คนขับ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมการขนส่ง ซึ่งการทดสอบบนถนนสายแรกได้มีการเริ่มต้นไปแล้ว

การพัฒนารถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวเองจะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า และอาจทำให้อาชีพพนักงานขับรถยนต์บรรทุกไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีความพร้อมในทุกเส้นทาง และยังมีความจำเป็นต้องใช้พนักงานขับรถบรรทุกอยู่ต่อไป ซึ่งอาจต้องใช้เวลาออกไปอีกมากกว่า 5 ปี กว่าที่รถยนต์บรรทุกขับเคลื่อนด้วยตัวมัน จะได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์

5. The Integrated Supply Chain

มีความเป็นไปได้ว่าอีกไม่นานจากนี้ จะมีความเชื่อมโยงกันของข้อมูลด้านโลจิสติกแบบเรียลไทม์ ตลอดทั่วผู้ให้บริการขนส่งสินค้า ทั้งจากโรงงานผลิตสู่คลังเก็บสินค้า จากคลังเก็บสินค้าสู่ผู้จัดจำหน่าย และจากผู้จัดจำหน่ายไปจนสิ้นสุดยังลูกค้าผู้ต้องการใช้สินค้า เมื่อใดที่ลูกค้าส่งคำสั่งซื้อสินค้าไปยังโรงงานผู้ผลิต โรงงานผู้ผลิตจะสามารถส่งข้อมูลการส่งสิ้นค้าให้แก่ผู้ลูกค้าได้ทันที หากมีปัญหาด้านการจราจรหรืออุบัติเหตุ ที่จะทำให้การส่งสินค้าคลาดเคลื่อนไป ระบบสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนการขนส่งใหม่และเวลาให้แก่ลูกค้าใหม่ในทันที

6. Automated Freight Matching

ความสามารถในการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันของระบบการบริหารจัดการที่รวดเร็วกับผู้จัดส่งสินค้า ด้วยระบบการจัดเก็บข้อมูล Cloud และการจับคู่ของระบบขนส่งแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ทราบว่ารถยนต์บรรทุกสามารถบรรทุกสินค้าได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใดผ่านตัวเซ็นเซอร์ สามารถรู้ว่าพื้นที่ของรถยนต์บรรทุกสามารถรับน้ำหนักได้เพียงพอหรือไม่ พร้อมให้บริการขนส่งได้ตามกำหนดการของรถยนต์บรรทุก สามารถประมาณการการส่งสินค้าจะมาถึงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงให้ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถสื่อสารกันบนระบบฐานข้อมูลดิจิทัล สามารถจับคู่ของระบบการขนส่ง จาก Platform สู่ Platform อย่างลงตัว

ความเชื่อมโยงของระบบขนส่งด้วยรถยนต์บรรทุกผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของระบบการขนส่งสินค้าของโลกอย่างสิ้นเชิง ความสามารถในการสร้างความเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยีทั้งระบบของโลจีสติก ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจโลจีสติก ทั้ง การเชื่อมโยงของระบบ Supply Chain และการจับคู่ของระบบการขนส่งสินค้า

360TRUCK

360TRUCK ได้ปล่อยเทคโนโลยี Automation Matching AI หรือระบบจับคู่รถบรรทุกกับเจ้าของสินค้าอัตโนมัติด้วยโทคโนโลยี AI ซึ่งช่วยให้การจัดส่งสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดย Automation Matching AI นี้ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนในการจับคู่รถบรรทุกกับงานขนส่งจากระบบด้วยพนักงานให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับการขนส่งจำนวนมากสำหรับธุรกิจรายใหญ่ (B2B), ธุรกิจรายย่อย (SME) และรวมถึงผู้ใช้บริการทั่วไป

ด้วยความสามารถในการประมวลผลข้อมูล และการเรียนรู้ของ AI ทำให้สามารถจับคู่งานขนส่งได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น โดยจะจับคู่รถบรรทุกที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดขึ้นสินค้า ข้อดีคือทำให้ได้รถบรรทุกขนส่งสินค้าในราคาที่ถูกลง จับคู่รถได้อย่างรวดเร็ว พร้อม GPS Tracking ที่เจ้าของสินค้าสามารถตรวจสอบสถานะ และตำแหน่งปัจจุบันของสินค้าได้อย่างแม่นยำ ทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขนส่งสินค้าตรงตามเวลาที่กำหนด ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง และลดเวลาในการวางแผนกงานขนส่งลงอย่างมาก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้งานขนส่งง่ายขึ้น แต่ยังเป็นการใช้พลังงานเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุดอีกด้วย ประกอบกับการคัดกรองผู้สมัครของ 360TRUCK ที่คนขับรถจะต้องมีคุณภาพ และมีความน่าเชื่อถือต้องผ่านการตรจสอบก่อน จึงจะสามารถรับงานขนส่งได้

นายชัชชน แสนใจบาน CEO 360TRUCK กล่าวว่า “ด้วยเทคโนโลยี Automation Matching AI ของ 360TRUCK จะช่วยปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้านการขนส่ง โดยลดความซับซ้อนในการจัดการงานขนส่ง เพิ่มจำนวนเที่ยวการส่งออก กระจายสินค้าไปในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเลย ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่ และโดยเฉพาะ SMEs สามารถเติบโต และขยายตัวได้อย่างยั่งยืน ในทั้งภาคการผลิตและการส่งออก”

ซึ่งเทคโนโลยี Automation Matching AI นี้ จะเป็นต้นแบบเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดเทคโนโลยีอื่น ๆ ในด้านการขนส่งอีกมากมาย เช่น การวิเคราะห์เส้นทางงานขนส่งในแต่ละรอบและวางแผนจัดรถขนส่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รองรับการขนส่งแบบ Bundle และการขนส่งแบบ Milk-run รวมถึงการใช้ AI ในการประเมินราคาค่าขนส่งตาม On-Demand และแน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ (B2B), ธุรกิจรายย่อย (SME) และรวมถึงผู้ใช้บริการทั่วไป เช่น ขนของ ย้ายบ้าน ย้ายหอ จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ทาง 360TRUCK ได้พัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

แอปจองร ถบรรทุกขนส่ง สินค้า ที่ธุรกิจไว้วางใจ หารถขนของย้ายบ้าน ย้ายหอ

มาถึงตรงนี้แล้วต้องการติดต่อกับเจ้าหน้าที่หรือสมัครสมาชิก

  • ดาวน์โหลดแอป 360TRUCK จองรถ คลิก
  • แอดไลน์ติดต่อเจ้าหน้าที่ คลิก
  • โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ คลิก
  • เยี่ยมชมเพจ Facebook คลิก
  • ติดตามช่อง Youtube คลิก