3 ปัจจัย ช่วยให้คุณเลือกซื้อประกัน อย่างคุ้มค่า

3 ปัจจัยเลือกซื้อประกันภัยสินค้า

เมื่อพิจารณาการซื้อประกันสินค้าในธุรกิจขนส่งอย่างคุ้มค่าและเหมาะสม มีปัจจัยที่สำคัญต่อการตัดสินใจที่ควรพิจารณาอย่างถูกต้อง นี่คือ สามปัจจัยหลักที่ช่วยให้คุณเลือกซื้อประกันสินค้าในธุรกิจขนส่งอย่างคุ้มค่า

1.เลือกกลุ่มประกันสินค้าที่เหมาะสมกับการขนส่งของคุณ

ตารางเทียบแพ็กเกจประกันสินค้า

ในการเลือกซื้อประกันสินค้า ไม่ว่าจะรายเที่ยวหรือรายปี สิ่งที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญเป็นหลักควรจะเป็นในเรื่องของการเลือกประกันสินค้าให้ตรงกลุ่มกับงานขนส่งของเราเป็นหลัก เช่น ผู้ซื้อวิ่งงานที่ขนส่งสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้าง อุปโภค-บริโภค สินค้าเกษตร ก็ควรซื้อ ประกันภัยขนส่งสินค้า กลุ่มที่ 1 เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากผู้ซื้อมีงานขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท การเลือกทำประกันสินค้ากลุ่มที่ 3 ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและคุ้มค่ากว่า เนื่องจากประกันสินค้ากลุ่มที่ 3 นั้นครอบคลุมสินค้าทุกประเภทบนยานพาหนะพื้นเรียบ ยกเว้นสินค้าควบคุมอุณหภูมิเท่านั้น แต่การทำประกันสินค้าที่ครอบคุลมสินค้าที่หลากหลายก็อาจจะต้องแลกมากับเบี้ยประกันที่มีราคาสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้เบี้ยประกันสินค้าจะขึ้นอยู่กับทุนเงินเอาประกันที่ผู้ซื้อต้องการด้วย

2. ความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ

เงื่อนไขความคุ้มครองและการเคลมประกัน เป็นอีก 1 ปัจจัยที่ผู้ซื้อควรให้ความสำคัญ เนื่องจากหากผู้ซื้อไม่ศึกษาเงื่อนไขการเคลมและรายละเอียดอื่น ๆ ให้ดี เมื่อเกิดเหตุร้ายอาจส่งผลให้การเคลมนั้นมีปัญหาได้ ยกตัวอย่าง 1 ในเคสของสมาชิก 360TRUCK ที่ไปทำ ประกันสินค้า ผ่านโบรกเกอร์เจ้าหนึ่ง ทว่าไม่ศึกษารายละเอียดให้ดี แต่ตัดสินใจซื้อทันทีเนื่องจากได้เบี้ยประกันที่ราคาถูก เมื่อเกิดเหตุผ้าใบฉีกขาดระหว่างการขนส่งสินค้า ส่งผลให้น้ำฝนซึมเข้าไปยังสินค้าที่ขนส่งดังกล่าว กลับไม่สามารถเคลมความเสียหายผ่านประกันได้ เนื่องจากประกันสินค้าที่ตนเองทำไม่ได้ครอบคลุมในเงื่อนไขดังกล่าว ดังนั้น ผู้ซื้อควรจะสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ประกัน และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง เพื่อให้เงินที่จ่ายไปนั้นเกิดความคุ้มค่า และทำให้ผู้ซื้อรู้สึกสบายใจ หมดห่วงเรื่องปัญหาการเคลมประกัน

3. ตรวจสอบเงื่อนไขความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันต้องรับผิดเอง

อีก 1 ปัจจัยที่ผู้ซื้อประกันสินค้ามักจะไม่ทราบหรือทราบเป็นส่วนน้อย คือ ทุกครั้งที่มีการเคลมประกันเกิดขึ้น ผู้ซื้อประกันจะต้องทำการจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดเอง หรือจะให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าค่าความเสียหายส่วนแรกนี้เปรียบเสมือนค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้ทางประกันเพื่อทำการเคลมสินค้าที่เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง โดยแต่ละบริษัทก็จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวก็จะแตกต่างกันตามกลุ่มประกันสินค้าที่ผู้เอาประกันได้ทำไว้ ยกตัวอย่างเช่น สำหรับวิริยะประกันภัย จะมีเงื่อนไขสำหรับกลุ่มสินค้าที่ 1 (ประเภทสินค้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภค–บริโภค สินค้าเกษตร เป็นต้น) คือ 10% ของความเสียหายหรือขั้นต่ำ 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่ากัน เช่น ผู้ซื้อประกันสินค้าเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง มูลค่าสินค้าที่เสียหายประเมินแล้วอยู่ที่ 100,000 บาท ดังนั้น ผู้ซื้อประกันจะต้องจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรก 10% ของยอด 100,000 บาท ก็คือ 10,000 บาท เป็นต้น ดังนั้นผู้ซื้อประกันสินค้าควรขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาทเลินเล่อหรือจงใจทำให้สินค้าเกิดความเสียหาย และควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขให้เข้าใจก่อนซื้อ

จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นจะพบว่า การซื้อประกันภัยความรับผิดชอบของผู้ขนส่งหรือประกันสินค้าให้คุ้มค่า จะต้องพิจารณาจาก

  1. กลุ่มประกันสินค้าที่เหมาะสมกับสิ่งที่จะขนจริง
  2. เงื่อนไขความคุ้มครอง และ ข้อยกเว้น ว่าเกิดเหตุแล้วจะสามารถเคลมได้ครบหรือไม่
  3. เงื่อนไขความเสียหายส่วนแรกว่าเหมาะสมกับตนเองหรือไม่
  4. ทุนประกันสินค้า หากผู้เอาประกันขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าน้อย ก็อาจจะเลือกทำประกันที่ทุนเอาประกันต่ำ ให้เหมาะสมกับมูลค่าสินค้าสำหรับงานขนส่งของตน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ประกันสินค้าที่คุ้มค่า และราคาสมเหตุสมผล เหมาะสำหรับงานขนส่งของคุณแล้วครับ

สำหรับสมาชิก 360TRUCK หรือบุคคลใดที่สนใจทำประกันสินค้ารายปีแบบเร่งด่วน ราคาดี เงื่อนไขชัดเจน มีระบบผ่อนชำระ และเจ้าหน้าที่ประกันคอยซัพพอร์ตตลอดเวลา หมดห่วงปัญหาเรื่องการเคลม พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 30% สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกแผนประกันสินค้าขนส่ง ที่เหมาะสมกับคุณผ่านเว็ปไซต์ 360TRUCK ได้เลยนะครับ หรือหากต้องการทำประกันด่วน เพิ่มเพื่อนไลน์ คลิก