การปรับตัวแนวโน้ม ธุรกิจโลจิสติกส์ เพื่อรองรับอนาคต …(อันใกล้)

1. ต้องพยายามสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ธุรกิจโลจิสติกส์ ด้วยกันเอง (Supply Chain Collaborations) สร้างพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมอย่างกว้างขวางมากขึ้น เปิดรับความร่วมมือกับผู้อื่น ให้บริการแบบ One-Stop Services ด้วยการดึงการบริการของ Supply Chain ที่ตนเองไม่มี เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการบริการของตนเอง พร้อมให้บริการขนส่งสินค้า ทั้งจากธุรกิจสู่ธุรกิจ B2B จากธุรกิจสู่ผู้บริโภค B2C และ B2B2C รวมถึงให้บริการขนส่งสินค้าช่วงสุดท้ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรง (First/Middle/Last Mile Deliveries)

2. นำเทคโนโลยีดิจิตอลสมัยใหม่เข้ามาช่วยเสริม เพิ่มความรวดเร็ว เก็บรวมรวมข้อมูล สร้างความโปร่งใส ลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนรายจ่าย ยกระดับการให้บริการ และสร้างความเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านการขนส่งสินค้า (Logistic Service Center)
- เทคโนโลยี Blockchain สร้างความโปร่งใส ความถูกต้องแม่นยำสามารถตรวจสอบได้ พร้อมรองรับธุรกรรมทางการเงิน
- ใช้บริการแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เพื่อเข้าถึงธุรกิจอื่นๆได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
- Big Data ฐานเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เก็บรวบรวมข้อมูลการขนส่งสินค้า เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประมวลผลและวิเคราะห์ สร้างความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้บริการ
- AI & Chatbot หุ่นยนต์อัจฉริยะตอบในทุกคำถามที่ผู้ใช้บริการต้องการทราบแบบอัตโนมัติและเรียลไทม์
“ในอนาคต Digital Logistics Infrastructure จะมีความสำคัญเทียบเท่ากับ Physical Logistics Infrastructure”

3. เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการบริการ
สร้างการรองรับความต้องการการใช้บริการที่หลากหลายทั้งการบริการทั่วไปและเฉพาะเจาะจงของแต่ละธุรกิจของผู้ใช้บริการ ศึกษาและเรียนรู้ความต้องการของผู้ใช้บริการ เข้าถึงข้อมูลธุรกิจผู้ใช้บริการ ออกแบบการให้บริการอย่างสอดรับกับความต้องการ คิดคำนวณค่าบริการได้อย่างเหมาะสม
4. ดึงการบริการจากหลายฝ่าย
ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ทั้งผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการ บริษัทประกันภัย สถาบันการเงิน และ ผู้ให้บริการด้าน Supply Chain (3PL & 4PL) เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ
5. โลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (GreenLogistics)
การขนส่งด้วยรถบรรทุก นั้น ในส่วนจองรถบรรทุกที่จะนำมาให้บริการได้มาตรฐานรถบรรทุกเพื่อการขนส่งสินค้า ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาระการใช้แรงงานทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ไม่เป็นอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สินของบุคคลรอบข้าง เพราะในปัจจุบันธุรกิจต่างเริ่มให้ความสำคัญในการเลือกใช้บริการผู้ประกอบการที่มีการจัดการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หากไม่ปรับตัวให้ทัน ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างแน่นอน





