ขาดแคลนคนขับรถบรรทุก
ปัญหาที่ผู้ประกอบการเผชิญ 360TRUCK มีทางออก

คนขับรถบรรทุกขาดแคลน! อุปสรรคใหญ่ของธุรกิจขนส่ง
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนคนขับรถบรรทุกอย่างหนัก ส่งผลให้การขนส่งสินค้าล่าช้า ต้นทุนเพิ่มขึ้น และขาดความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดโลจิสติกส์มีความต้องการสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่จำนวนคนขับรถกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากข่าว 10 ล้อ อีสานอ่วมถูกยึด 2 หมื่นคัน งานขนส่งหด รถล้นแย่งกันตัดราคาเดือด
สาเหตุหลักของปัญหา ขาดแคลนคนขับรถบรรทุก
แรงงานสูงวัยเพิ่มขึ้น คนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น ขณะที่คนรุ่นใหม่ไม่สนใจเข้ามาทำงานในสายอาชีพนี้
- ต้นทุนในการเป็นคนขับสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษารถ หรือค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ทำให้บางคนเลือกเปลี่ยนอาชีพ
- สภาพการทำงานหนักและกดดัน ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานและความเหนื่อยล้าทำให้คนขับรถบรรทุกหลายคนล้มเลิกไป
- การแข่งขันรุนแรงของธุรกิจขนส่ง การตัดราคาอย่างหนักทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถให้ค่าตอบแทนที่ดึงดูดพอสำหรับคนขับ
แต่ยังมีทางออก! 360TRUCK
แม้ว่าปัญหาคนขับขาดแคลนจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ยังมีโซลูชันที่ช่วยให้ธุรกิจขนส่งดำเนินไปได้อย่างราบรื่น 360TRUCK แพลตฟอร์มจองรถบรรทุกขนส่งสินค้า พร้อมแก้ปัญหานี้ด้วยเครือข่ายคนขับมืออาชีพกว่า 100,000 คัน พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทย
ทำไมต้องเลือก 360TRUCK?
ปัญหา ขาดแคลนคนขับรถบรรทุก ของเจ้าของธุรกิจนั้นจะหมดไป ด้วยเครือข่ายรถบรรทุกและฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อเจ้าของสินค้าและผู้ให้บริการขนส่งบนระบบของเรา ให้มี Ecosystem ที่ดีร่วมกัน
- จองรถบรรทุกได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ผ่านแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์
- มีรถขนส่งครบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น 4 ล้อ / 6 ล้อ / 10 ล้อ / เทรลเลอร์ รองรับทุกความต้องการขนส่ง
- ราคาเป็นธรรม โปร่งใส ไม่มีการแข่งขันตัดราคาจนเสียสมดุลของตลาดขนส่ง
- ส่งสินค้าตรงเวลา ด้วยระบบบริหารจัดการขนส่งอัจฉริยะ ช่วยให้ธุรกิจสามารถวางแผนการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ธุรกิจขนส่งต้องปรับตัวอย่างไรในยุคที่คนขับหายาก?
เพื่อให้ธุรกิจของคุณยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด การปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ วิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดผลกระทบจากการขาดแคลนคนขับได้คือการใช้แพลตฟอร์ม 360TRUCK ที่ช่วยให้คุณสามารถหาคนขับที่พร้อมทำงานได้ทุกเมื่อ ลดความเสี่ยงในการขาดแคลนแรงงาน และทำให้ต้นทุนขนส่งมีความคุ้มค่ามากขึ้น
📌 อย่าปล่อยให้ปัญหาคนขับรถบรรทุกขาดแคลนเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจของคุณ! เลือก 360TRUCK เพื่อให้การขนส่งของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และลดต้นทุนได้อย่างแท้จริง

รถ 4 ล้อ
รถ 4 ล้อหรือรถกระบะถือเป็นประเภทรถ “ยอดฮิต” ที่ธุรกิจ “SME” เลือกใช้สำหรับการส่งสินค้าให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีขนาด order การสั่งซื้อขนาดเล็กแต่สั่งบ่อยครั้ง เนื่องจากรถ 4 ล้อมีขนาดรถที่ไม่ใหญ่มาก จึงทำให้มีความคล่องตัวสูงกว่ารถบรรทุกประเภทอื่นในการเดินทาง สามารถเข้าในเขตเมืองได้ไม่ติดเวลา (Truck ban) และส่งสินค้าตามร้านค้าต่างๆที่มีพื้นที่จำกัดได้ โดยบรรทุกได้ครั้งละประมาณ 1-3 ตัน
ประเภทรถที่นิยมใช้
- 4 ล้อคอกคลุมผ้าใบ : ส่วนใหญ่จะนิยมใช้สำหรับการขนสินค้าประเภทพืช ผักผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป ที่ต้องการปริมาตรบรรทุกที่เยอะกว่า รถ 4 ล้อตู้
- 4 ล้อตู้ทึบ : นิยมใช้สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ ต้องการความปลอดภัย สินค้ามีโอกาสสูญหายได้ง่าย อาจต้องมีการเปิดตู้เพื่อไปลงหลายจุด เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, สินค้าอุปโภคบริโภค, สินค้าที่ไม่ชอบความชื้น

รถ 6 ล้อ
เจ้าของสินค้า (Shipper) มีโรงงานขนาดเล็กถึงขนาดกลาง หรือเป็นศูนย์การกระจายสินค้าที่ต้องการส่งสินค้าไปยังสาขาต่างๆ หรือต้องการขนย้ายของหรือย้ายบ้านและสินค้าที่นิยมใช้ 6 ล้อขนส่งจะมีสินค้าเกี่ยวกับการ อุปโภคบริโภค และวัสดุก่อสร้าง เนื่องจาก 6 ล้อปัจจุบันมีขนาดที่ใกล้เคียงกับรถ 10 ล้อ มีต้นทุนค่าขนส่งต่อเที่ยวที่ต่ำกว่า ดังนั้น รถหกล้อจึงเหมาะกับสินค้าประเภทดังที่กล่าวมาข้างต้น คือมีปริมาตรมาก แต่น้ำหนักไม่มาก
ประเภทรถที่นิยมใช้
- พื้นเรียบ: นิยมใช้ขนส่งสินค้าวัสดุก่อสร้าง โดยน้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 6 ตัน
- คอก: ใช้ขนสินค้าเกษตร โดยน้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 8 ตัน
- ตู้ทึบ: ขนส่งสินค้าที่ไม่สามารถเปียกน้ำได้ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ โดยน้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 6 ตัน

รถ 10 ล้อ
ประเภทรถที่ได้ชื่อว่า “ขวัญใจ” สินค้าเกษตร ก่อสร้าง ขนดิน ขนแร่ต่างๆ โดยเฉพาะรถ 10 ล้อดัมพ์ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในกลุ่มสินค้าที่ต้องเทกอง (BULK) และกลุ่มสินค้าที่เป็นอุตสาหกรรมหนักหรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก
10 ล้อ เหมาะสำหรับการขนย้ายสินค้าหรือขนส่งสินค้าที่มีปริมาณเยอะๆและมีน้ำหนักมากๆ เพราะเป็นรถขนาดใหญ่ที่สามารถรับน้ำหนักสิ่งของได้เยอะ เช่น วัสดุก่อสร้าง สินค้าจากโรงงาน หรืออุปกรณ์สำนักงานที่มีขนาดใหญ่ และเครื่องจักรกลต่างๆ
ประเภทรถที่นิยมใช้
- พื้นเรียบ : น้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 15 ตัน
- คอกดัมพ์/ไม่ดัมพ์ : น้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 15 ตัน
- ตู้ทึบ : น้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 14.5 ตัน

รถพ่วง
ประเภทรถพ่วงนั้นเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้าครั้งละมากๆ และตัวอย่างสินค้าที่ใช้รถประเภทนี้ คือ อุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ และสินค้าที่นิยมในการใช้คืออุตสาหกรรมเกษตร อย่างพวก น้ำตาล ยางพารา อาหารสัตว์ ฯลฯ โดยเฉพาะสินค้าเทกองจะเป็นที่นิยมอย่างมาก
ประเภทรถที่นิยมใช้
- รถพ่วงพื้นเรียบ
- รถพ่วงตู้
- รถพ่วงคอกดัมพ์
- รถพ่วงคอก = โดยน้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 30 ตัน

รถกึ่งพ่วง หรือ Semi-Trailer
เป็นประเภทรถที่ใครหลายคนอาจจะรู้จักกันในนามของ “รถเทรลเลอร์” และสาเหตุที่หลายคนเรียกแบบนั้นเกิดจากการที่รถประเภทนี้มีหัวเป็นตัวขับเคลื่อนและมีหาง (Trailer) ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ รถประเภทนี้จะเหมาะสมกับสินค้าพวก JUMBO Pallet สำหรับรถประเภทนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องความชื้นเนื่องจากรถประเภทนี้มีผ้าใบคลุม
ประเภทรถที่นิยมใช้
- รถเทรลเลอร์พื้นเรียบ
- รถเทรลเลอร์คอกดัมพ์ โดยน้ำหนักสินค้าที่สามารถบรรทุกได้คือ 30 ตัน
จากประเภทรถทั้ง 6 ประเภทที่ได้กล่าวถึงไปข้างต้นนั้น หากธุรกิจของคุณมีความต้องการใช้งาน แต่ยังไม่รู้จะหารถขนส่งที่น่าเชื่อถือ มีคุณภาพ และยังสามารถช่วยประหยัดต้นทุนการขนส่งของคุณได้จากที่ไหน คุณสามารถให้ 360TRUCK ช่วยคุณได้ เพราะ 360TRUCK มีรถบรรทุกทางรถยนต์หลากหลายประเภทพร้อมให้บริการและมีประกันสินค้าทุกเที่ยวรถ!!


ใช้บริการ 360TRUCK จองรถ 

